6 เนยแข็ง แต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร???

เนยแข็งมีหลากหลายรูปแบบ แต่สามารถแบ่งออกได้เป็น 6 ประเภท คือ
1) เนยแข็งชนิดสด (Fresh or Unripened Cheese)
ไม่จำเป็นต้องอุ่นให้ร้อน และไม่ต้องบ่ม โดยทั่วไปก็จะมีรสชาติและกลิ่นอ่อนๆ (รสไม่เข้มข้น) มีลักษณะเป็นครีมเนื้อเนียนนุ่ม เนยแข็งนี้มีความชื้นระหว่าง 40 - 80% อย่างไรก็ตามจะต้องเก็บไว้ในตู้เย็นเสมอเนื่องจากอายุการเก็บรักษาที่จำกัด ตัวอย่าง ของเนยแข็งสด ได้แก่ ครีมชีส (Cream Cheese) เคิร์ตซีส (Curd Cheese) ฟีต้า (Feta) ค็อทเทจชีส (Cottage Cheese) มอสซาเรลล่า (Mozzarella) และริค็อตต้า (Ricotta)
2) เนยแข็งชนิดนุ่ม (Soft Cheese)
ผิวภายในจะเป็นเนื้อครีมและนุ่ม ในขณะที่ผิวด้านนอกจะบาง ระยะเวลาการรักษาสั้น ประมาณ 2-3 วัน เนยแข็งชนิดนี้มีความชื้น 50 - 75% ตัวอย่าง เนยแข็งชนิดนี้ เช่น บรี (Brie) กาม็องแบร์ (Camembert) และครีมนูฟซาเทล (Cream Neufchatel)
3) เนยแข็งกึ่งแข็งถึงปานกลาง (Semi-hard Cheese)
เนยแข็งที่มีความแข็งปานกลางจะไม่กรุบกรอบหรือแน่นจนเกินไป สามารถสับหรือขูดสิ่งเหล่านี้เป็นชิ้นเล็กๆ ได้ โดยส่วนใหญ่จะมีโพรงอากาศ ส่วนใหญ่มีความชื้น 30 – 40% เนยแข็งชนิดนี้ได้แก่ เชดด้า (Cheddars) อีเม็นทัล (Emmenthal) อีแดม (Edam) และเกาต้า (Gouda)
4) เนยแข็งชนิดแข็ง (Hard Cheese)
ปริมาณความชื้นจะต่ำกว่า 30 - 40% และใช้กระบวนการบ่มค่อนข้างยาวนาน ใช้สำหรับรับประทานเป็นหลัก หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ หลังรับประทานอาหาร มักจะใช้กับอาหารอิตาเลียน ต้องเก็บในภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิดเพื่อป้องกันไม่ให้กลิ่นระเหย ชีสประเภทนี้ส่วนใหญ่ผลิตในอิตาลี พาเมซานชีสชนิดนี้ (Parmesan Cheese)
5) บลูชีส (Blue Veined Cheese or Blue Cheese)
(หรือที่เรียกว่าบลูวีนชีส) บลูชีสจะมีสีดำผสมหรือมีเส้นสีน้ำเงิน จะมีกลิ่นฉุน ราสีเขียวหรือสีน้ำเงินเป็นส่วนที่เป็นสีน้ำเงิน เนยแข็งชนิดนี้ ได้แก่ สติลตัน (Stilton) โรเกอเฟอร์ (Roquefort) กอร์กอนโซล่า (Gorgonzola) และบาวาเรี่ยนบลู (Bavarian Blue)
6) โพรเซสซีส (Processed Cheese)
เนยแข็งที่ผ่านการแปรรูปแล้ว ที่ผลิตจากชีสรูปแบบหนึ่งหรือหลายรูปแบบเรียกว่าเนยแข็งแปรรูป เพิ่มอิมัลซิไฟเออร์และส่วนผสมอื่นๆ แล้วบด ผสมให้เข้ากัน และตั้งไฟ ก่อนจะนำไปใส่ในแม่พิมพ์ให้แข็งตัว
#ManCanCook #Cheese #Butter
#เนยแข็ง #ความรู้ในห้องครัว
กดติดตามกัน เพื่อรับเรื่องราวดีๆ